Modern Art

งานศิลปะโบราณในโลกตะวันออกกับงานศิลปะในโลกตะวันตก (2)

          จากที่ได้เกริ่นไปในตอนที่แล้ว ถึงความเหมือนในงานศิลปะโบราณระหว่างซีกโลกตะวันออกกับซีกโลกตะวันตก วันนี้เราจะมาสำรวจดูว่าความเหมือนกันดังกล่าวนั้น มีผลอย่างไรและมีปัจจัยก่อเกิดความเหมือนเหล่านั้นขึ้นมาจากอะไร เพื่อที่เราจะได้มาทำความเข้าใจว่าในความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม เงื่อนไขทางสังคมและการเมือง วัฒนธรรม ก็ยังคงเป็นสิ่งที่หล่อหลอมงานศิลปะอยู่วันยังค่ำนั้นเอง

  1. การแบ่งแยกพื้นที่ทางชนชั้นในงานศิลปะ นับเป็นสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเป็นอย่างมากในงานศิลปกรรมไม่ว่างานศิลปกรรมนั้นๆจะอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม เพราะในกลุ่มสังคมบนโลก ย่อมมีชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นทางการเมือง ชนชั้นทางเพศ ชนชั้นทางศาสนา ชนชั้นในความเหมือนต่างระหว่างชาติพันธุ์ ซึ่งทุกอย่างล้วนผูกโยงกันอยู่ในงานศิลปกรรมนั้นเอง ดังเราจะเห็นได้ว่าเมื่อเราได้เข้าไปในโบสถ์วิหารตามวัดในศาสนาพุทธใกล้บ้านแล้ว จะมีพื้นที่หนึ่งที่ฆราวาสสามารถเข้าไปนั่งร่วมงานพิธีกรรมได้ นั้นคือ พื้นที่ลานซึ่งไม่ในพื้นที่ฐานยกสูงหน้าพระประธานที่พระสงฆ์เท่านั้นจึงสามารถขึ้นไปนั่งประกอบพิธีกรรมได้ หากแต่คือพื้นที่ที่อยู่ในระดับต่ำลงมา เฉกเช่น เดียวกับเวลาที่คริสตชนเข้าไปในโบสถ์เพื่อประกอบพิธีกรรม เขาเหล่านั้นก็คงไม่สามารถขึ้นไปยืนอยู่ตรงแท่นประกอบพิธีเบื้องหน้ากางเกนศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นกัน จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าในงานศิลปะโบราณก็มีชนชั้นที่ถูกกำหนดไว้เช่นกัน
  2. ฐานะในงานศิลปะ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีในงานศิลปกรรมเช่นกัน ดังเช่น เราจะพบว่าคำ ศิลปะท้องถิ่น กลายอยู่ทั่วไปทั้งในซีกโลกตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเมื่อสื่อความหมายเช่นนี้ ย่อมต้องหมายความว่าในงานศิลปะนั้น มีอะไรที่ไม่ “เป็นท้องถิ่น” หรือ เป็นส่วนกลางอยู่ในงานศิลปะนั้นๆอย่างแน่นอน ซึ่งสะท้อนได้เช่นกันในงานศิลปะที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องหมายของสิ่งจรรโลงใจต่างๆ ต่างแฝงซ้อนด้วยเงื่อนไขต่างๆอีกมากมายนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฐานะทางสังคมของผู้ผลิตงานศิลปะและตัวชิ้นงานศิลปะเองอีกด้วย ดังเช่น เรื่องความเป็นท้องถิ่นและความไม่ท้องถิ่นในงานศิลปะเช่นกัน

เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ เราคงพอจะเห็นภาพรวมกันแล้วว่าสิ่งที่มีร่วมกันในงานศิลปะล้วนเป็นสิ่งที่แฝงไว้ด้วยเจตนาที่มากมาย ไม่ว่าจะด้านการเมือง ด้านวัฒนธรรม ด้านเพศ ด้านชนชั้นทางสังคมต่างๆ ซึ่งสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนว่างานศิลปะนั้นไม่ใช่สิ่งที่จรรโลงหรือสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆเสมอไป แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยของปัญหาตั้งแต่อดีตสืบเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบันด้วย